JATUKHAM

พึงสำรวมกาย วาจา ใจ ตั้งจิตให้เป็นกุศล

น้อมอภิวาทบูชาสักการะ องค์จตุคามรามเทพ

- บทสรรเสริญ บูชาเทวสถาน ฉบับ วัดคอหงษ์ หาดใหญ่ -


ตั้ง นะโม ๓ จบ


องค์พ่อจตุคาม เหนือฟ้าบาดาล


เหนือกรุงสองทะเล พ่อองค์สถิตหล้า


เจ้ากรุงธรรมโศก รามเทพเกรียงไกร


อยู่คู่ฟ้าไทย อมตะนิรันต์กาล


จตุนาคา รามเทพเทพไทย

บารมีปกเกล้า เหนือฟ้า เหนือดิน สาธุรามา


จตุคามรามะเทวัง พระโพธิสัตตัง ศรีวิชะยัง มหาคุณัง มหิทธิกัง


สุริยะจันทัง มหาคุณัง อะหังปูเชมิ สิทธิลาโภ นิรันตะรัง



- คำอธิษฐาน แบบสารพัดดี -


ลูกขอนอบน้อมบูชา องค์สุริยัน-จันทรา องค์จันทภานุ องค์ดวงตราสองแผ่นดิน องค์ศรีวิชัยสุวรรณภูมิ องค์พระยาศรีธรรมโศกราช องค์สิบสองนักษัตริย์ องค์พระราหู องค์พ่อจตุคามรามเทพ องค์พระศรีมหาราชพังพะกาฬ องค์พระยาโหรา องค์พญาชิงชัย องค์พญารองเมือง องค์พญาสุขุม องค์เทวดาน้อย ตลอดจนสายขององค์พ่อจตุคามทุกๆพระองค์


ลูกขอบารมีขององค์พ่อจตุคามรามเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธานุภาพอันไพศาล ครอบคลุมทั่วทั้งจักรวาล ดลบันดาลได้สมปรารถนาในฉับพลัน ทั้งทรัพสินแก้วแหวนเงินทอง ไหลมาเทมา ไม่ขาดสาย เป็นมหาโชคมหาลาภ ร้อยเท่าล้านเท่าพันทวี มั่งมีศรีสุข หมู่คณะรักใคร่สามัคคี ปรองดองน้องพี่ ขอความสำเร็จในหน้าที่การงาน ลาภ ยศ สรรเสริญ อยู่ด้วยความสุขความเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ วัฒนาถาวรมั่นคง ประสพความสำเร็จในชีวิต อีกทั้งยังมีฤทธิ์ช่วยชีวิตปลอดภัย คลาดแคล้วจากภัยพิบัติ และอันตรายทั้งปวง มีฤทธิ์รักษาให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง มีฤทธานุภาพป้องกันอาถรรพ์และสิ่งอัปมงคลต่างๆไม่ให้มากล้ำกลาย มีฤทธิ์ให้มีชัยชนะต่อเหล่าข้าศึกศัตรูทั้งปวงตลอดกาลนาน อีกทั้งความเจริญในการนอบน้อมต่อองค์พ่อจงดลบันดาลให้ประสบแต่ผลดีแก่ตัวลูกและครอบครัวอันนิรันดร์เทอญ

นะโม ๓ จบ
" กินนุสัน ตะละมาโน วราหุ สุริยัน ( จันทัง ) ปมุตจะสิ สังวิคะรุโป อาคัมมภีโต วัตติถะ สีติ สัตตะทาเมภาเล มุทธาชีวันโต นะสุขังละเภ
พุทธบูชา ภิคิโต มหิโน เจยมุต เจยยะ สุริยัน ติ ( จันทิมา ติ )


(เที่ยวแรกให้สาธยาย สุริยัน กับ สุริยัน ติ ก่อน และท่องทั้งหมดซ้ำอีก 1 เที่ยว
แต่ให้เปลี่ยนจาก สุริยัน เป็น จันทัง และเปลี่ยนสุริยัน ติ เป็น จันทิมา ติ )


ข้าฯ ขอน้อมถวายสักการะ องค์สุริยัน จันทรา จันทภานุ พญาศรีธรรมโศกราช พระราหู ศรีมหาราชพังพระกาฬ พระเทวราชโพธิ์สัตว์จตุคามรามเทพ
ขอพุทธบารมี เทวบารมี และมหาบารมีแห่งพระเทวราชโพธิ์สัตว์จตุคามรามเทพ องค์พ่อ จงเมตตาอภิบาลรักษาข้าพเจ้าและ.................ให้อยู่ด้วยความสุขความเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ วัฒนาถาวรมั่นคง ประสพความสำเร็จในชีวิตและการงาน อุดมด้วยลาภยศสรรเสริญ มั่งมีศรีสุข มีชัยชนะเหนือหมู่มาร ตลอดกาลนานเทอญ
สาธุ สาธุ สาธุ



วัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราช

ในกระบวนการของการสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราช ได้มีพิธีกรรม ต่างกรรมต่างวาระหลายครั้ง ในทำนองเดียวกันได้มีการทำวัตถุมงคลออกแจกจ่ายและให้เช่าบูชาหลายชนิด ซึ่งล้วนแล้วแต่ผ่านการทำพิธีจากการผ่านร่างประทับทรงทั้งสิ้น เท่าที่มีผู้จดจำได้ มีดังนี้

1. เศียรองค์จตุคามรามเทพ หรือเทวดารักษาเมือง เป็นวัตถุมงคลชิ้นแรกที่ทำออกแจกจ่ายเป็นการจำลองเศียรจากบานประตูไม้จำหลักตรงบันไดทางขึ้นลานประทักษิณองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ขนาดเกือบเท่าองค์จริง ได้รับคำอธิบายว่าเป็นร่างแปลงธรรมขององค์จตุคามรามเทพ ปฐมกษัตริย์ผู้สถาปนาเมืองสิบสองนักษัตร และเป็นเทวดารักษาเมืองนั่นเอง


2. ผ้ายันต์ใหญ่ 108 ผืน ผ้ายันต์เล็ก 3,000 ผืน กระทำในพิธีเทพชุมนุมตัดชัย เมื่อ วันที่ 16มกราคม 2529

3. ธง และผ้ายันต์ มีหลายรุ่น หลายสี หลายขนาด ผ้ายันต์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นรูปดวงตราวัฏจักรสิบสองนักษัตร รายล้อมด้วยราหูแปดทิศ

4. ขี้ผึ้งศรีวิชัย เป็นขี้ผึ่งทำด้วยมวลสารและกรรมวิธีเฉพาะของศรีวิชัย บรรจุในตลับถมแบบนครศรีธรรมราชแท้ ใช้เป็นวัตถุมงคลสีริมฝีปากก่อนออกไปเจรจาความใดๆ


5. พระผงหลักเมือง ทำจากผงไม้ตะเคียนทองจากการแกะสลักหลักเมืองผสมมวลสารต่างๆ อีก รวม 12 ชนิด ลักษณะเหรียญเป็นรูปกลมแบน มีสองขนาด คือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว และอีกแบบหนึ่งเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 นิ้ว ทั้งสองแบบหนาประมาณหนึ่งหุนครึ่ง มีสี่แบบ คือ แบบตั้งฟ้าตั้งดิน แบบประทานพร แบบนั่งเมือง และแบบพุทธเมตตา มีสามสี คือสีสีดำ สีน้ำตาลและสีขาว ด้านหน้าเป็นรูปวัฏจักรสิบสองนักษัตร รายล้อมด้วยราหูแปดทิศ ด้านหลังเป็นยันต์และสัญลักษณ์ต่างๆ ที่มีความละเอียดประณีตมาก

6. พระผงพุทธสิหิงค์ มวลสารและสีเหมือนพระผงหลักเมืองทุกประการ แต่เป็นทรงสี่เหลี่ยม ด้านหน้าเป็นพระพุทธสิหิงค์ ด้านหลังเป็นรูปราหู

7. เหรียญพังพระกาฬ เป็นเหรียญกลม ขนาด 3 เซนติเมตร เนื้อนวโลหะ ด้านหน้าเป็นรูปพระปิดตาพังพระกาฬ ด้านหลังเป็นวัฏจักรสิบสองนักษัตร รายล้อมด้วยราหูแปดทิศ ลวดลายละเอียดประณีตมาก สวยงามมาก

8. เหรียญพังพระกาฬ เป็นเหรียญกลม ขนาด 3 เซนติเมตร เนื้อนวโลหะ ด้านหน้าเป็นรูปพระโพธิสัตว์พังพระกาฬนาคปรกแบบนูนต่ำ ด้านหลังเป็นวัฏจักรสิบสองนักษัตร รายล้อมด้วยราหูแปดทิศ ลวดลายละเอียดประณีตมาก สวยงามมาก

9. เหรียญนักษัตร เป็นเหรียญกลม ขนาด เนื้อเหรียญ และด้านหลังเหมือนข้อ 7 ทุกประการแต่ด้านหน้าเป็นรูปนักษัตรให้คนเลือกบูชาตามปีเกิดของตนเอง เช่น รูปหนูสำหรับคนเกิดปีชวด รูปวัวสำหรับคนเกิดปีฉลู เป็นต้น

10. พระโพธิสัตว์พังพระกาฬนาคปรก ลอยองค์ เนื้อโลหะ มีหลายขนาด

11. เหรียญโลหะทองแดงทรงสี่เหลี่ยม ขนาด 2 x 1.5 เซนติเมตร ไม่มีห่วง ทำขึ้นจำนวนมาก ด้านหน้าเป็นพระโพธิสัตว์พังพระกาฬลอยองค์ ด้านหลังเป็นยันต์นาคปรก

12. เหรียญโลหะทองแดงทรงสี่เหลี่ยม ขนาด 2 x 1.5 เซนติเมตร มีห่วง ด้านหน้าเป็นยอดเสาหลักเมืองลอยองค์ ด้านหลังเป็นยันต์วัฏจักรสิบสองนักษัตร รายล้อมด้วยราหูแปดทิศ

13. สติ๊กเกอร์รูปราหูอมจันทร์ อันเป็นดวงตราประจำองค์จตุคามรามเทพ มีหลายขนาด นิยมนำไปติดประดับที่รถยนต์ หรือตามอาคารบ้านเรือน

14. วัตถุมงคลที่ระลึกในพิธีการต่างๆ เช่นพิธีไหว้ครู ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพฤหัสแรกของเดือนพฤษภาคม ของแจกอาจมีผ้ายันต์บ้าง เหรียญบ้าง

วัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราชเหล่านี้ทุกชนิดจะทำเพียงครั้งเดียว ไม่มีการทำเพิ่มในภายหลัง โดยเฉพาะเหรียญต่างๆ เมื่อทำแล้วจะทุบพิมพ์และฝังดินที่ฐานราก

ลำดับขั้นตอนการสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราช
1. คณะอนุกรรมการสร้างสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในคณะกรรมการส่งเสริม การท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีนายเอนก สิทธิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีมติให้สร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น ในคราวประชุมวันที่ 14 มกราคม 2528 ในการนี้ได้มอบหมายให้พลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช (อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 8) พันตำรวจเอกสรรเพชญ ธรรมาธิกุล ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช)และพระเทพวราภรณ์เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จัดตั้งคณะทำงานจัดสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น


2. คณะทำงานดังกล่าวได้เริ่มต้นจัดหาไม้ตะเคียนทองมาเพื่อสร้างเป็นเสาหลักเมือง โดยหามาจากยอดเขาเหลือง เดิมกำหนดจะจัดทำในบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัด แต่หลายคนเห็นว่าจะไม่สะดวกในการปฏิบัติ จึงเปลี่ยนไปใช้สถานที่บ้านพักผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชแทน
3. เสาหลักเมืองมีรูปแบบและขนาดความกว้างยาวเป็นไปตามหลักการตามที่พลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดชแนะนำ คือเสาแกะสลักเป็นลวดลายศรีวิชัย ประกอบด้วยอักขระโบราณ ยอดเสาเป็นเศียรพระพรหมแปดเศียรซ้อนกันสองชั้น (ชั้นละสี่เศียร) ยอดบนสุดเป็นยอดชัยหลักเมือง หุ้มด้วยทองคำ

4. เพื่อให้ถูกตามธรรมเนียมนิยม จึงกำหนดให้มีพิธีสำคัญที่เกี่ยวเนื่องสองพิธีคือ

4.1 พิธีฝังหัวใจสมุทรและฝังหัวใจเมือง ประธานในพิธีคือนายเอนก สิทธิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งได้รับมอบหมายจากพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี โดยประกอบพิธีที่สี่แยกคูขวาง

4.2 พิธีเบิกเนตรหลักเมือง เจ้าพิธีคือพลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช จัดพิธี ณ บริเวณสนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช

5. จังหวัดนครศรีธรรมราชได้เรียนเชิญพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบหลักเมืองให้แก่ทางราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช (นายสุกรี รักษ์ศรีทอง) เป็นผู้รับมอบ

6. ในระหว่างดำเนินการสร้างหลักเมือง ได้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด (นายสุกรี รักษ์ศรีทอง)กับผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัด (พันตำรวจเอกสรรเพชญ ธรรมาธิกุล) รุนแรงขึ้นจนกระทรวงมหาดไทยได้โยกย้ายคู่กรณี และแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด(ร้อยตรีอำนวย ไทยานนท์) รักษาราชการแทน

7. จังหวัดได้รายงานกระทรวงมหาดไทยเพื่อกราบบังคมทูลเสด็จพระราชดำเนินจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อทรงประกอบพิธีนำกลีบบัวทองคำขึ้นประกอบปลียอดพระบรมธาตุเจดีย์และทรงเจิมทรงพระสุหร่ายยอดชัยหลักเมือง ในการนี้ได้เสนอวันอันเป็นมงคลไปด้วย คือวันที่ 3 สิงหาคม 2530 ซึ่งตรงกับวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน9ในเวลาต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จแทนพระองค์เป็นประธานยกกลีบบัวทองคำขึ้นประกอบปลียอดพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนวันที่ 3 สิงหาคม 2530

8. ปลายเดือนกรกฎาคม 2530 กระทรวงมหาดไทยแจ้งจังหวัดว่า ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จังหวัดนำยอดชัยหลักเมืองเข้าไปยังตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อทรงเจิมทรงพระสุหร่าย ในวันที่ 3 สิงหาคม 2530 เวลาประมาณ 16.00 น.

9. จังหวัดนครศรีธรรมราชโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะ ประกอบด้วยนายสัมพันธ์ ทองสมัคร (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) นายกำจร สถิรกุล (ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย) นายอนันต์ อนันตกุล (เลขาธิการคณะรัฐมนตรี) นายศิริชัย บุลกูล (วุฒิสมาชิก) เข้าเฝ้าฯ ในโอกาสนี้ข้าราชการและประชาชนผู้ร่วมจัดสร้างหลักเมือง ได้นำเอาวัตถุมงคลและผ้ายันต์จำนวนมากทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายด้วย ในวันนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเจิมทรงพระสุหร่ายหลักเมืองนครศรีธรรมราช พร้อมกับหลักเมืองจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดชัยนาทด้วย โดยมีนายพิศาล มูลศาสตร์สาทร ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้นำเข้าเฝ้า

10. วันที่ 4 สิงหาคม 2530 คณะได้นำยอดชัยหลักเมืองกลับจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยทางเครื่องบิน มีขบวนช้างม้า และประชาชนจำนวนนับหมื่นคนจัดขบวนต้อนรับแห่จากท่าอากาศยานกองทัพภาคที่ 4 มาสู่ที่ตั้งหลักเมืองในปัจจุบันนี้

11. ได้ทำการก่อสร้างศาลหลักเมืองขึ้นในที่ดินราชพัสดุตามที่ทางจังหวัดขออนุญาตโดยสร้างเป็นศาลด้วยทรงเหมราชลีลา ก่ออิฐถือปูนสามชั้น ส่วนยอดบนเป็นทรงแหลม ภายในศาลพื้นปูด้วยหินอ่อน ฝาผนังจากพื้นขึ้นมาหนึ่งเมตรปูด้วยหินอ่อนต่อด้วยสลักดุนประวัติความเป็นมาของหลักเมือง มีบันไดขึ้นลงทั้งสี่ด้าน เชิงบันไดเป็นรูปพญางูทะเลแผ่แม่เบี้ย รอบศาลหลักเมืองมีศาลเล็กสี่มุม รูปทรงเป็นลักษณะเช่นเดียวกับศาลหลักเมือง แต่ลดขนาดลงในสัดส่วน 2 : 1

12. จังหวัดได้ประกอบพิธีอัญเชิญหลักเมืองขึ้นสู่ศาลถาวร โดยนายนิพนธ์ บุญญภัทโร (ผู้ว่าราชการจังหวัด) เป็นประธาน

13. การก่อสร้างศาลหลักเมืองก็ดำเนินต่อไปไม่หยุดยั้ง โดยมีรายได้จากเงินบริจาคจากศิษย์ และผู้มีจิตศรัทธา ลักษณะการบริจาคเป็นวัสดุก่อสร้าง มีการจำหน่ายวัตถุมงคลธูปเทียน และทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้นายอำนวย ไทยานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ประสานงานดำเนินการเกี่ยวกับศาลหลักเมืองเต็มตัว

14. วันที่ 25 ตุลาคม 2531 จัดพิธีสวมยอดชัยหลักเมือง โดยพลเอกสุจินดา คราประยูร ผู้บัญชาการทหารบก (ตำแหน่งในเวลานั้น) ล่วงถึงปีพุทธศักราช 2535 การก่อสร้างศาลหลักเมืองแล้วเสร็จประมาณ 35% สิ้นเงินประมาณ 4 ล้านบาท การก่อสร้างยังคงดำเนินการต่อไปแต่ไม่อาจจะเร่งงานได้ เพราะฤดูฝนเป็นอุปสรรค นอกจากนั้นต้องดำเนินการตามเวลาฤกษ์อันเป็นมงคลตามที่พลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดชกำหนด การก่อสร้างโดยการจ้างแรงงาน และวัสดุก่อสร้างเป็นของคณะทำงานก่อสร้างหลักเมือง